ข่าวประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง
รู้จัก อบต. ก่อนไปเลือกตั้ง 11 มกราคม 2569 นี้
8 ธันวาคม 2568

31


😎อบต. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดและมีเขตพื้นที่ที่ต้องดูแลอยู่นอกเขตเมือง ด้วยเหตุนี้ อบต. จึงเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลทุกข์สุขและให้บริการประชาชนในหมู่บ้านและตำบลแทนรัฐหรือส่วนกลาง ที่ไม่สามารถจัดบริการสาธารณะ หรือดูแลประชาชนทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง ข้อมูลจากกรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2568 ระบุว่าทั่วประเทศ มี อบต. ทั้งหมด 4,994 แห่ง โดยตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ จากการควบรวม อบต. บางส่วนเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการยกอบต. ที่มีความเจริญในระดับหนึ่งให้เป็นเทศบาลเพื่อให้มีอิสระในการบริหารงานมากขึ้น

🏚️พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 กำหนดให้ อบต. มีอำนาจหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ดูแลความระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดของถนน ป้องกันโรคและบรรเทาสาธารณภัย ไปจนถึงการจัดการศึกษาอบรมให้กับประชาชน และบำรุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

🏚️เหมือนกันกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภท เช่น อบจ. หรือ เทศบาล โครงสร้างของ อบต. ประกอบไปด้วยนายก อบต. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทำหน้าที่บริหาร อบต. กำหนดนโยบาย และ ส.อบต. มาจากการเลือกตั้งหมู่บ้านละหนึ่งคน โดยใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่หมู่บ้านใดจะมีประชากรไม่ถึง 25 คน ก็ให้ไปรวมกับหมู่บ้านใกล้เคียงจนครบ 25 คนและให้นับเป็นหนึ่งหน่วยเลือกตั้ง ทั้งนี้ ส.อบต. จะต้องมีอย่างน้อยให้มี 6 คน ส.อบต. ทำหน้าที่เคาะแผนพัฒนา อบต. เห็นชอบร่างข้อบัญญัติต่างๆ เช่น ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และควบคุมการทำงานของนายก อบต. ให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย

😎 ทั้งนายก อบต. และ ส.อบต. จะอยู่ในวาระได้ครั้งละ 4 ปี แต่ นายก อบต. จะอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระติดกันไม่ได้

😎 ทั้งนี้ อบต. มีรายได้สามทาง จาก 1) รายได้ที่ อบต. จัดเก็บเองจากภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย อากรการฆ่าสัตว์ ค่าภาคหลวงแร่ ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม เงินที่เก็บจากอุทยานแห่งชาติ 2) รายได้ที่หน่วยงานรัฐจัดเก็บในพื้นที่จังหวัดนั้นและจัดสรรให้อบต. เช่น ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ 3) เงินอุดหนุนจากรัฐ

แผนผัง เว็บไซต์